Thasinee's profile.+*~*+.YuIw@n.+*~*+.PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
.+*~*+.YuIw@n.+*~*+.December 07 การเริ่มต้นใหม่ครั้งที่สองเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแล้วสินะ
ในรอบไม่ถึงปีฉันเปลี่ยนงานมาแล้วสามครั้ง
การเปลี่ยนงานมันทำให้รู้ว่าเราชอบสิ่งไหน สิ่งที่ทำอยู่นั้นมันช่ายรึเปล่า
มันเหมือนเป็นการค้นหาตัวเอง จริงๆมันเหนื่อยนะกับการที่ต้องหางานใหม่ทุกครั้ง
แต่ฉันคิดว่าฉันได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ถึงแม้ว่า ณ ปัจจุบันนี้มันก็ดีอยู่แล้ว
ปีหน้าฟ้าใหม่ฉันจะกลับไปใช้ชีวิตใน กทม อีกครั้ง เป็นการเริ่มต้นการทำงานใหม่ครั้งที่สาม
จริงๆฉันก็ไม่รู้หรอกว่าการเริ่มงานใหม่อีกครั้งจะดีรึปล่า ฉันไม่รู้ว่าจะต้องเจอสถานการณ์อะไรอีก
จะต้องปรับตัวยังไงอีก ไม่รู้ว่างานที่จะได้ทำนั้นโอเคป่าว ถามว่ากลัวมั๊ย ตอนนี้ไม่มีไรให้กลัวอีกแล้ว
ถึงงานจะหนักกว่าเดิม ต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ต้องช่วยเหลือตัวเอง ไม่สบายเหมือนตอนอยู่บ้าน
ถึงจะยังไงฉันก็ต้องทนเอาเพราะเราเลือกที่จะทำ ตัดสินใจด้วยตัวเองไปแล้ว จะย้อนเวลากลับไปแก้ไขก็ไม่ได้
ช่วงนี้ฉันกำลังทำเรื่องลาออกที่บริษัทเดิมอยู่ เค้าคงคิดว่าฉันไม่สู้งาน ไม่อดทน เห็นแก่ตัว ถามว่ามันจริงมั๊ย บอกได้เลยว่าไม่จริง
ถ้าที่นี่ดีจริงฉันก็คงอยู่ แต่ฉันคิดว่ามันเป็นการหาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเองมากกว่า
คนเรามีสิทธิ์ที่จะเลือก คนเรามีสิทธิ์ที่จะทำ และตัดสินใจด้วยตัวเอง
จริงอยู่การได้ทำงานอยู่ใกล้บ้านมันดีทุกอย่าง ข้อแรกที่สำคัญคือได้เก็บเงิน ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว อยู่อย่างสบายๆ
แล้วการที่ได้อยู่ไกลบ้านล่ะ ข้อแรกเงินเก็บอาจมีน้อย แต่สิ่งที่ได้คือประสบการณ์ชีวิตที่หาได้ด้วยตัวเองเท่านั้น ทำในสิ่งที่อยากทำ อิสระไม่มีตัวตน วู้ๆๆๆ
ทำงานที่นี่ก็เรื่อยๆ ถามว่าดีมะ ก่อดีนะ ถามว่าก้าวหน้ามั๊ย อันนี้ยากนิดนึง ถามว่าเงินเดือนล่ะขึ้นเร็วไหม อันนี้ก็ยากอยู่เหมือนกัน
เพื่อนร่วมงานที่นี่เป็นไง พี่ๆช่างดีนะ แต่อีกคนนึงก่อดีนิดนึง จริงๆเหมือนว่าแกก็พยายามหางานใหม่อยู่เหมือนกัน แต่ฉันชิ่งหาได้ก่อน อิอิ
จริงๆพี่เนี๊ยะรับฉันมาเพื่อจะให้เป็นตัวตายตัวแทน โอโน! ที่นี่ทำทุกอย่างเลย คนเดวด้วย ไม่ไหวมั้ง แล้วตัวเองจะชิ่งลาออกซะงั้น
มันมีหลายๆอย่างที่ฉันไม่ค่อยประทับใจ แต่การได้ไปอยู่ที่ใหม่ก็ช่ายว่าจะไม่เจอสังคมแบบนี้ มันต้องเจอแน่ๆอยู่แล้วล่ะ
ประสบการณ์มันทำให้เราโตขึ้น ประสบการณ์มันทำให้เราคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และกล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง
November 06 ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหนใคร..อาจจะไม่เข้าใจ
ว่าความสัมพันธ์ของเรา นั้นมันเป็นเช่นไร และใคร..อาจจะเข้าใจผิด และคงคิดไป และคงเข้าใจตามที่เห็น *คง..มีเพียงเราสองคน ท่ามกลางหมู่ดาวมากมาย ที่รู้กันในใจ **มันจำเป็นด้วยหรือ ที่ต้องอยู่ในกฏเกณฑ์ ที่ใครบางคนกำหนด ว่ารักเป็นอย่างไร ***ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันกันแบบไหน ไม่อาจหาคำคำไหนมาเพื่ออธิบาย ไม่ต้องรักเหมือนคนรัก
ก็สุขหัว..ใจ เพียงแค่เราเข้าใจ ก็เหนือคำอื่นใดในโลกนี้ เรา..อาจจะแยกกันอยู่ ไม่นอนด้วยกันทุกคืนทุกวัน อย่างคู่ใคร อย่างน้อย..มีเธอที่เข้าใจ แม้จะไม่มีผู้ใดเข้าใจความรักนี้ ด้วยอารมณ์ไหนม่ายรู้ อาจด้วยเพราะเหตุผลส่วนตัวที่ชอบเพลงนี้แล้วดันมีความหมายดีๆที่ตรงจายยยย
ความรัก ออกแบบไม่ได้
ความรัก ที่ไม่กฏเกณฑ์
ความรัก ที่ไม่เหมือนคู่อื่นๆ
ความรัก ที่ต้องอยู่ห่างไกลกัน
ความรัก ทีไม่ต้องมีคำอธิบาย
เพราะเป็น ความรัก ที่เกิดจาก "ความเข้าใจ"
October 29 รู้สึกดีทุกๆวันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อรอรถบริษัทมารับไปทำงาน
อากาศตอนเช้าเริ่มเย็น เห็นผู้คนสวมใส่เสื้อกันหนาว(เพราะขี่มอไซด์มันหนาวนั่นเอง)
รถราวิ่งผ่านไปมา ผู้คนต่างรีบไปทำงาน เด็กนักเรียนก็ไปโรงเรียน
เหมือนจะเห็นความวุ่นวาย แต่ยังไงก็คงเทียบกับเมืองหลวงไม่ได้ เพราะที่ ซอฟๆๆๆ
รถเมล์ รถสี่ล้อสีฟ้า รถยนต์ มอไซด์ วิ่งผ่านไปมา
เมื่อเห็นเด็กนักเรียนโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน สวมใส่เสื้อกันหนาวโรงเรียน
ทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนหน้าหนาว สมัยเรียนมัธยม
รีบไปโรงเรียนกันแต่เช้า แล้วยืนผิงแดดอุ่นๆที่โต๊ะ
ไม่นั่งด้วยนะเพราะนั่งม้าหินออนแล้วเย็น...คุยกันด้วยความสนุกสนาน
พร้อมกับถูมือ เป่ามือ ยืนกอดเพื่อน คิดถึงง่ะ ก่อนที่รถบริษัทจะมารับ มีรถเมล์วิ่งผ่านมาก่อนเพื่อรับผู้โดยสารที่ยืน
พอรถเมล์ผ่านไปรถฉันก็ผ่านมา พอได้นั่งรถตรงเบาะเกือบหลัง (เพราะเค้ารับเป็นคนสุดท้ายก่อนเข้าโรงงาน)
รถแล่นไปได้สักระยะ รถบัสบริษัทจะแซงรถเมล์ดังกล่าว
คนขับรถเมล์ผู้ใจดี ยื่นมือโบก เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่ายังแซงไม่ได้เพราะมีรถสวน
พอรถสวนได้สัก2คนเข้าก็โบกให้ไปได้ คนขับรถบัสบริษัทกดแตรรถ
เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่า"ขอบคุณครับ"พร้อมผงกหัว
พอฉันได้เห็นเหตุการณ์นั้น ฉันรู้สึกดียังไงก็ไม่รู้นะ
แล้วความคิดนึงก็แว๊บขึ้นมาว่า
ตอนนั่งรถเมล์ไปทำงานที่ กทม ทำไมมันไม่เหมือนกับที่นี่เลย
จะแซงกูก็จะแซง จะเลี้ยวกูก็จะเลี้ยว
ต่างสังคม ต่างผู้คน มันก็ย่อมแตกต่างกัน
วันนี้รู้สึกดียังไงก็ม่ายรู้
วันนี้เลยไปทำงานด้วยความ "Happy" -O-O- October 26 ...เธอจะรู้รึเปล่ามีใครที่เค้าอยู่จนเช้าเกือบจะทุกคืน ยังไงก็ไม่หลับ
ตอนกลางคืนก็มี แต่เค้าที่ต้องนอนน้อยทุกค่ำคืน คนนั้นคือฉันเองดึกป่านนี้ยังร้องเพลง จะข่มตาให้นอนเท่าไหร่ก็ยังคงตื่น ตื่นด้วยความรัก ความรักที่มีนั้นล้นอยู่ในใจ *เพราะตอนนี้ฉันคิดถึงเธออีกแล้ว ทำไมคืนนี้มันช่างยาวนาน ช่างทรมาณหัวใจ ก็อยากจะรู้ว่าเธอคิดถึงกันบ้างไหม และอยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ใจของฉันจะยอมเข้าใจว่าเราต้องนอน เธอจะรู้รึเปล่า มีใครที่เค้าต้องทนเหงาอยู่ทุกค่ำคืน แต่เธอก็คงหลับได้นอนสบายทั้งคืน จนเช้าลืมใครที่เค้ายังฝืนแอบตื่น คนนั้นคือฉันเอง ดึกป่านนี้ยังร้องเพลง จะข่มตาให้นอนเท่าไหร่ก็ยังคงตื่น ตื่นด้วยความรัก ความรักที่มีนั้นล้นอยู่ในใจ *เพราะตอนนี้ฉันคิดถึงเธออีกแล้ว ทำไมคืนนี้มันช่างยาวนาน ช่างทรมาณหัวใจ ก็อยากจะรู้ว่าเธอคิดถึงกันบ้างไหม และอยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ใจของฉันจะยอมเข้าใจว่าเราต้องนอน ต้องนอนและต้องหยุดพักเรื่องความรักที่มากไป ยิ่งคิดยิ่งไปกันใหญ่ จะคิดถึงเธอทำไม และก็เลยไม่รู้ว่าฉันจะหลับได้เมื่อไหร่ == คิดถึง == October 16 เวลางานตั้งแต่ทำงานก่อมะค่อยว่างที่จะ Up space , Hi5 and Facebook เลย
มะช่ายไรหรอก net ที่ทำงานเค้า block คร้า
ทุกวันนี้ใช้ได้แค่ hotmail กะ google เอาะ น่าฉงฉานมาก
พอกลับบ้านก่อมะมีแรงทำไรแล้วนอกจาก นอน นอน และนอน
ต้องตื่นแต่เช้าทุกวันเลยง่ะ รอรถบริษัทมารับถึงที่ทำงานก่อประมาณ7.30 นั่งเรื่อยเปื่อย ฟังเพลงทุกเช้า
รอโรงงานเข้า 8.00 เคารพธงชาติ meeting แล้วก่อทำงาน ทำงาน และทำงาน พอห้าโมงเย็นก่อนั่งรถบริษัทกลับบ้าน
ถึงบ้านกินข้าวแล้วก่อนอน มันช่างเป็นวัฏจักรอุบาทว์เจงๆๆเลย
การได้มาทำงานที่นี่รู้สึกว่าได้อะไรเยอะนะ ทั้งประสบการณ์ด้านการทำงาน การใช้ชีวิตร่วมกับคนหมู่มาก การปรับตัว การทำงานอยู่กับองค์กรใหญ่ๆๆ ฯลฯ
ตอนแรกยังมะชินกะการทำงาน แต่ตอนนี้ เริ่มจะชินซะแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเงินนะ คงจะออกมานั่งอยู่เฉยๆดีกว่า September 18 การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่งการเริ่มต้นใหม่อีกคร้งหนึ่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว หลังจากที่กลับมาอยู่บ้านได้สักพักหนึ่งพร้อมกับหางานทำแถวบ้าน ฉันได้รู้ว่าฉันมีความสุขกับการที่ได้อยู่กับบ้าน กับ My Happy Family ได้กลับมาอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ อากาศดีๆ ความรู้สึกดีๆ หลังจากที่กลับมาบ้าน ทางบ้านก็ไม่อยากให้ฉันกลับไปโดดเดี่ยวอยู่ที่ กทมอีก ฉันเลยตัดสินใจที่จะหางานทำที่นี่ เริ่มต้นหางาน ที่แรก สอบ TOT เชียงใหม่ ฉันก็วิ่งเข้าสู้เส้นชัยเหมือนกับคู่แข่งคนอื่นๆ แต่พอผลตัดสินเพื่อที่จะเลือกนักกีฬาตัวจริง ผลปรากฎว่า ฉันได้เป็นแค่ตัวสำรอง ถามว่าคาดหวังอยากเป็นตัวจริงมั๊ย อะแน่นอนอยู่แล้ว ถามว่าผิดหวังมั๊ย อะก่อนิดหน่อย ถามว่าเป็นไรมั๊ย ไม่เป็นไร จิ๊บๆๆ ไม่ได้ที่นี่ก็หาใหม่ดิ แต่วันพระมันไม่ได้มีวันเดียว ฟ้าหลังฝนมันย่อมสดใสเสมอ ในที่สุดฉันก็ได้งานทำจนได้ การเริ่มต้นชีวิตการทำงานของฉันกำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ฉันรู้สึกดีนะ ที่ฉันไม่ได้ที่ TOT แต่ฉันได้งานที่ใกล้บ้านกว่า ฉันได้งานที่บริษัท ltec บริษัทในนิคมอุตสาหกรรมลำพูนนั่นแหละ ตำแหน่งงานวิศวกรคอมพิวเตอร์ ตกใจอยู่เหมือนกันว่าได้ ได้ยังไงเพราะเค้ารับแค่คนเดียว สงสัยวันสอบสัมภาษณ์ Speak English เว่อออออออไปนิด แต่อย่างน้อยฉันก็ดีใจนะที่ยังหางานทำได้ ได้กลับมาอยู่บ้าน ได้ทำงานให้สมกับที่เรียนมา พ่อกะแม่กะพี่จะได้หมดห่วง จะได้สบายใจ ที่ลูกได้งานทำและได้กลับมาอยู่บ้านอีกตะหาก อีกอย่าง บ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ ไปทำงานรถบริษัมก็มารับ แถมมีค่าข้าวให้อีก หุหุหุ มีโอทีอีกตะหาก (ความงกบังเกิด) แต่ยังไงฉันก็ต้องเข้าไปพบเจอกับสังคมใหม่ๆ คนใหม่ๆ และงานใหม่ งานอาจจะหนักก็ได้ อาจจะเครียดมากก็ได้ อาจจะมีอะไรอีกหลายๆอย่างที่ฉันจะต้องเจออีก และฉันคิดว่าฉันจะต้องอดทนและทำให้ได้ ฉันคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกอบโกยยยยยยย July 31 ...ตอนนี้มาใช้ชีวิตอยู่ใน กทม เป็นเวลา 3เดือนครึ่ง ถือว่าสามเดือนนี้ได้ประสบการณ์ชีวิตอะไรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชิวต การอยู่ร่วมกับคนอื่นที่มาจากต่างพ่อต่างแม่
การตัดสินใจเลือกที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สามเดือนนี้เปนสามเดือนที่เข้ามาทำงาน ตอนนี้ยากจะระบายอะไรหลายๆอย่างลงบล๊อคนี้ แต่มันมากมายจนไม่สามารถเขียบรรยายได้ ตอนนี้รู้สึกเหมือนจะแย่ ณ ขณะนี้ แต่ไม่เป็นไรเราต้องอยู่ให้ได้ เราต้องเข้มแข็ง นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น อย่าเพิ่งท้อแท้ และนี่มันยังไม่ใช่ที่สุด และอีกอย่างตอนนี้เรายังอดทนอยู่ได้ รอให้มันถึงที่สุดก่อน การที่ได้รู้อะไรบางอย่างมันช่วยให้เราได้ตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น และความเกรงใจก็จะน้อยลง การที่เราอยู่ตรงนี้มันไม่ได้หมายความว่าเราอยู่เพื่อกอบโกย การที่เราอยู่ตรงนี้ขณะนี้อยู่มาจนถึงทุกวันนี้เพื่อนอะไรหรอ ก็อยู่เพื่อช่วยเหลือไง แล้วไงล่ะ มีใครเห็นมั๊ย มีแต่พวกที่จะเอาแต่หน้า ประจบสอพอ ตอนนี้เราอยู่เพราะอยากช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคืออะไร มันคุ้มมั๊ยกับการที่อยู่ตรงนี้ บ่อยครั้งที่ลังเลในการตัดสินใจที่จะไป แต่สุดท้ายก็ไม่ไปเพราะอะไรล่ะ เพราะเราให้ใจให้กับมัน แต่สิ่งที่ได้กลับมามันไม่ใช่ เข้าใจ เห็นใจ แล้วจะให่ทำไง รู้สึกว่าจะเขียนวกวน แต่ขอให้ได้ระบาย อย่างน้อยจะได้รู้สึกดี สักวันฉันจะดีพอ และจะต้องดีให้ได้
ต่อจากนี้ไปคงตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้นหลังจากวันนี้
ความรู้สึกตอนนี้คือ เหนื่อย ท้อแต่ไม่ยอมถอยแน่นอนเพราะยังต้องเจออะไรอีกเยอะ คิดถึงพ่อกะแม่นะ คิดเพื่อน คิดถึงมอชอ คิดถึงสมัยเรียนที่สุดแสนจะสบาย ชิววๆๆ |
||||
|
|